ค่าแท็กซี่ทั่วปท.ยังราคาเดิม ขบ.แจงแค่ขยายเพดานอนาคต เหตุจว.ท่องเที่ยวเรียกเต็มพิกัด
มติชน (กรอบบ่าย) ฉบับวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558
          กรมการขนส่งทางบกแจงกฎกระทรวงปรับเพดานค่าโดยสารรถแท็กซี่ กำหนดเพดานขั้นสูงเผื่ออนาคต ไม่อนุญาตขึ้นราคา ขอปรับใช้เวลาอีกนาน ต้องให้ รมว.คมนาคมเห็นชอบ ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ยันบังคับใช้เฉพาะต่างจังหวัด กทม.ยังเหมือนเดิม
          นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยถึงกรณีกระทรวงคมนาคมประกาศแก้ไขกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (รถแท็กซี่) ที่ให้ปรับเพดานค่าโดยสารว่า ขณะนี้ ขบ.ยังไม่อนุญาตให้จังหวัดใดปรับค่าโดยสารแท็กซี่เพิ่มขึ้นและทุกจังหวัดยังต้องใช้ค่าโดยสารแท็กซี่อัตราเดิม การแก้ไขกฎกระทรวงเป็นเพียงการขยายเพดานค่าโดยสารเผื่อไว้ในอนาคตเท่านั้น หากให้ขึ้นค่าโดยสารจริงต้องรอให้ รมว.คมนาคมเห็นชอบก่อนถึงจะมีผลบังคับใช้ได้
          "การปรับเพดานอัตราค่าโดยสารไม่ใช่อัตราที่จะต้องจัดเก็บจริง จะมีผลต้องให้ รมว.คมนาคมเห็นชอบและออกประกาศกระทรวงคมนาคม ซึ่งจะต้องประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาก่อนด้วย โดยยืนยันว่าขณะนี้ไม่มีจังหวัดไหนพิจารณาขอขึ้นค่าแท็กซี่เพิ่ม หากจะขอขึ้นก็ต้องใช้เวลาพิจารณาพอสมควร ดังนั้น ค่าแท็กซี่ยังเป็นอัตราเดิมทั่วประเทศ ห้ามฉวยโอกาสปรับขึ้นเด็ดขาด" นายจิรุตม์กล่าว
          นายจิรุตม์กล่าวว่า ที่ต้องขยายเพดาน เพราะบางจังหวัดไม่ได้ขยายเพดานมาตั้งแต่ปี 2550 เช่น ภูเก็ตและเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ มีค่าโดยสารเต็มเพดานเดิม 50 บาท ดังนั้น จึงต้องขยายเพดานไว้ล่วงหน้าเผื่อรองรับการขึ้นค่าโดยสารในอนาคต ส่วนขั้นตอนการพิจารณาขึ้นค่าแท็กซี่ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการขนส่งทางบกจังหวัด และกรมการขนส่งทางบกพิจารณาก่อนเสนอให้ รมว.คมนาคมพิจารณา โดยจะวิเคราะห์จากอัตราค่าครองชีพ รายได้ ต้นทุนค่าเชื้อเพลิง เป็นต้น
          นายจิรุตม์กล่าวว่า การปรับเพดานอัตราค่าโดยสารดังกล่าว เช่น กำหนดให้รถแท็กซี่ที่จดทะเบียนนอกเขตกรุงเทพฯ (ต่างจังหวัด) ซึ่งเดิม 2 กม.แรก ไม่เกิน 50 บาท เป็นไม่เกิน 100 บาท กม.ต่อไปจากเดิม กม.ละ 12 บาท เป็น กม.ละ 20 บาท เป็นต้น นอกจากนี้ ยังปรับเพดานอัตราการเรียกใช้บริการรถแท็กซี่จากท่าอากาศยานหรือสถานที่ที่กระทรวงคมนาคมกำหนด จากเดิม 100 บาท เป็นสูงสุดไม่เกิน 150 บาท นอกจากนี้ กฎกระทรวงฉบับนี้ได้กำหนดให้รถแท็กซี่ที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2548-25 ธ.ค. 2551 สิ้นสุดอายุการใช้งานพร้อมกันใน วันที่ 25 ธ.ค. 2560 พร้อมทั้งมีการยกเลิกการติดตั้งระบบใช้ก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) โดยให้ใช้เชื้อเพลิงใดก็ได้ อีกทั้งกำหนดให้รถแท็กซี่ต้องไม่ติดตั้งระบบป้องกันการเปิดประตูจากภายในรถ เพื่อเพิ่มมาตรการความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสาร สำหรับค่าโดยสารรถแท็กซี่ในเขตกรุงเทพฯยังใช้เพดานเดิม รวมถึงการเรียกเก็บค่าบริการผ่านระบบสื่อสาร ระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือผ่านแอพพลิเคชั่นห้ามเกิน 50 บาท
          นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การปรับค่าโดยสารรถแท็กซี่นั้นต้องมีการศึกษาวิเคราะห์ต้นทุนเป็นสำคัญ และประเมินผลการให้บริการ ส่วนรถแท็กซี่ต่างจังหวัดจะพิจารณาจากปัจจัยในแต่ละพื้นที่ด้วย ซึ่งเรื่องนี้ต้องทำการศึกษาและพิจารณาอย่างรอบคอบ