'ประจิน'จี้คลอดอีไอเอดันไฮสปีดเทรนเข้าครม.สิงหาฯนี้
กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558
          "ประจิน" เผยเอกชนพร้อมลุยลงทุน ไฮสปรีดเทรน แต่ยังติดอีไอเอเส้นทาง กรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง เตรียมส่งปลัดฯ เจรจากระทรวงทรัพย์ฯ ชง ครม.อนุมัติโครงการก่อนจะพิจารณาอีไอเอ
          พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้า โครงการลงทุนสร้างรถไฟไฮสปีดเทรน ความเร็ว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เส้นทาง กรุงเทพฯ - พัทยา-ระยอง ระยะทาง190 กิโลเมตรกรุงเทพฯ- หัวหินระยะทาง 206 กิโลเมตรว่า บมจ.เจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) สนใจลงทุนรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯพัทยา-ระยอง บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ สนใจ ในเส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน โดยในปัจจุบัน ทั้ง 2 บริษัท มีความพร้อมที่จะเข้ามาเสนอแผนการลงทุน ตามที่กระทรวงคมนาคม ได้แจ้งไว้ก่อนหน้า โดยจะให้เข้ามาเสนอแผนการลงทุนในช่วงเดือน ส.ค. 2558
          แต่ในเบื้องต้นยังติดปัญหาเรื่องการขออนุมัติผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการทำรายละเอียดอีไอเอ เส้นทางกรุงเทพฯพัทยา-ระยอง ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เป็นผู้รับผิดชอบนั้นอยู่ระหว่างการดำเนินงานจัดทำรายงานการวิเคราะห์ ผลกระทบ สิ่งแวดล้อมยังไม่แล้วเสร็จ ในขณะที่เส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน ที่สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ศึกษานั้นดำเนินการจัดทำอีไอเอ เสร็จแล้ว
          พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมมีแผนรองรับในเรื่องนี้โดยเบื้องต้น จะมอบหมายให้ นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม ไปหารือกับปลัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึงความเป็นได้ที่จะเสนอให้ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ส่งเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม)  พิจารณาอนุมัติก่อนจะพิจารณาอีไอเอ รวมถึงหากสามารถยื่น อีไอเอได้ทันช่วงเดือนส.ค. นี้ก็ขอให้เร่งพิจารณาอีไอเอให้กับกระทรวงคมนาคม
          "ตนต้องการให้เข้า ครม.พร้อมกันทั้ง 2 เส้นทาง ไม่อยากให้เสนอแยกกันเพราะ เป็นโครงการไฮสปีดเทรนเหมือนกัน และยังเป็นการเชื่อมต่อจากตะวันออกไปยังตะวันตก สู่ภาคใต้ของประเทศ ควรจะดำเนินการควบคู่กันไป"
          อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจว่าในการดำเนินการ โครงการนั้น คาดว่าทั้งสองเส้นจะสามารถดำเนินจัดทำ เงื่อนไขการประกวดราคา (TOR)แล้วเปิดให้ประมูลประกวดราคาได้ประมาณเดือน มิ.ย. 2559 แล้วจะทราบว่าเอกชน รายใดจะได้เป็นผู้ลงทุน ซึ่งยืนยันว่าจะเปิดโอกาสให้เอกชนไทยมีสิทธิ์ในการยื่น ข้อเสนอรายละเอียดแผนการลงทุนก่อน โดยเอกชนไทยต้องเป็นหัวหน้าโปรเจ็คดำเนินโครงการเอง ซึ่งจะไปร่วมหุ้น ร่วมโครงการกับต่างชาติก็ได้ แต่ไม่ใช่เข้ามาเพื่อเป็นคนกลางแล้วให้ต่างชาติลงทุนทางกระทรวงจะไม่พิจารณา ทั้งนี้การดำเนินการก่อสร้างนั้นจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 2 ปีครึ่งถึง 3 ปี
          ด้านนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า จะเร่ง ดำเนินการจัดทำแผนอีไอเอให้แล้วเสร็จ ไม่เกินกลางเดือน ส.ค. นี้เพื่อเสนอกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ทัน ในเดือนส.ค. 2558 โดยสาเหตุดำเนินการจัดทำอีไอเอล่าช้านั้นเนื่องจากว่าเส้นทางกรุงเทพฯพัทยา-ระยอง ดำเนินการศึกษาออกแบบล่าช้า เพราะในบางช่วงผ่านภูเขา และพื้นที่ลุ่มน้ำและในบางช่วงทับซ้อนกับรถไฟไทย-จีน ช่วง แก่งคอย-มาบตาพุด จึงทำให้การจัดทำแผนอีไอเอล่าช้าออกไป