คมนาคมล้อมคอกคลอดมาตรการคุมเข้มอุบัติเหตุ สั่งทล.-ทช.สำรวจเส้นทางขึ้นลงเขาทั่วประเทศเพิ่มจุดพักรถ

เดลินิวส์ : พฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน 2559 เวลา 01.12 น

คมนาคมล้อมคอกคลอดมาตรการคุมเข้มอุบัติเหตุ สั่งทล.-ทช.สำรวจเส้นทางขึ้นลงเขาทั่วประเทศเพิ่มจุดพักรถ จำกัด ชม.ขับรถประจำสัปดาห์พร้อมรายงานเส้นทางเดินรถเหมือนการบิน

นายอาคม  เติมพิทยาไพสิฐ  รมว.คมนาคม  เปิดเผยถึงกรณีที่รถทัวร์ของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ตกเหว ที่จ.อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ว่า  ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจนในการเกิดอุบัติเหตุครั้ง  แต่เบื้องต้นพบว่าถนนมีสภาพดี  ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบสภาพคนขับรถ เครื่องยนต์ และอื่นๆว่าเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้หรือไม่   โดยได้รับรายงานว่า ผู้ขับขี่มีการพยายามเบรกรถเป็นระยะยาว ถึง2 ช่วง  ระยะทาง 100 -200 เมตร 

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมทางหลวง(ทล.)  และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) สำรวจเส้นทางขึ้นลงเขาทุกเส้นทางทั่วประเทศว่า พื้นที่ไหนเป็นพื้นที่เสี่ยงจะได้วางแผนป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และปรับปรุงทางให้มีกายภาพดีขึ้นและมีระยะโค้งที่ไม่อันตราย  พร้อมประกาศจุดพักรถโดยสารในปัจจุบันว่ามีที่ไหนบ้าง  โดยเฉพาะจุดพักลงที่ขึ้นลงบริเวณเชิงเขา เพื่อให้พนักงานขับรถสามารถพักจอดรถ และตรวจสภาพความพร้อมของรถ หรือความพร้อมของคนขับก่อนขับขึ้นและลงเขาได้  ซึ่งจะช่วยเรื่องความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร และถ้าบริเวณไหนไม่มีจุดแวะพักก็ต้องเพิ่ม

“จุดพักรถส่วนใหญ่เป็นของทล.มากกว่าของกรมทางหลวงชนบท(ทช.) ซึ่งที่ผ่านมากรณีรถตกเหวที่ห้วยตอง จ.เพชรบูรณ์ ทล.แก้ปัญหาด้วยการใช้แผงกั้นจราจรหรือแบริเออร์มาวางกั้นตรงไหลทางเมื่อรถชนไหลทางจะไม่ไถลลงเหว และมีการสร้างทางลาดหรือแลมป์ และสร้างทางสโลบลาดชันเข้ามาช่วยเสริม พร้อมติดตั้งป้ายสัญญาณเตือนชัดเจน  ส่วนถนนทางหลวงหมายเลข 304 ที่วังน้ำเขียว  จ.ปราจีนบุรี  ที่ผ่านมามีปัญหาการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งได้แก้ป้ญหาด้วยการขยายไหล่ทาง ดังนั้นอยากให้พื้นที่จุดเสี่ยงป้องกันในลักษณะดังกล่าว”

นายอาคม กล่าวว่า  ได้สั่งการให้บขส.เข้มงวดเรื่องมาตรฐานการเดินรถจะต้องทำเหมือนกับมาตรการด้านการบิน  ซึ่งจะต้องใช้เป็นตัวอย่าง โดยเฉพาะการกำหนดเส้นทางการเดินรถจะต้องมีความชัดเจนว่าจุดเริ่มต้นและจุดหมายปลายทางไปที่ไหน เพื่อมีหลักฐานเก็บบันทึกไว้หากมีปัญหาเกิดขึ้น  ขณะที่คนขับรถก็ต้องแนะนำตัวเองต่อผู้โดยสารว่าชื่อ นามสกุลอะไร เนื่องจากเป็นบุคคลที่ดูแลชีวิตของผู้โดยสาร  ขณะเดียวกันต้องคุมเข้มในเรื่องการคาดเข็มขัดนิรภัย โดยพนักงานต้อนรับบนรถโดยสารต้องแจ้งให้ผู้โดยสารได้รับทราบ ถ้าไม่คาดเข็มขัดก็ไม่สามารถที่จะออกรถได้ 

นอกจากนี้ให้กรมการขนส่งทางบกหรือขบ.กำหนดมาตรการที่ชัดเจนให้กับบขส. และรถร่วมบขส. เกี่ยวกับการจำกัดชั่วโมงการขับขี่รถโดยสารประจำสัปดาห์ด้วยว่า แต่ละสัปดาห์จะต้องมีชั่วโมงขับรถไม่เกินเท่าใด ทำเหมือนกับการจำกัดชั่วโมงการบินของนักบิน  เพื่อให้ผู้ขับขี่พักผ่อนเพียงพอและไม่เป็นความเสี่ยงภัยในการขับรถ เนื่องจากปัจจุบันมีข้อกำหนดเฉพาะกำหนดเวลาการพักรถในระหว่างวันเท่านั้นซึ่งกำหนดว่าทุกๆ 4ชม.  ผู้ขับขี่จะต้องมีการจอดพักรถเป็นระยะเวลา 30 นาที และให้ขบ.และบขส.ติดตามข้อมูลเรื่องระบบจีพีเอส เพื่อมอนิเตอร์รถโดยสาร ควบคุมความเร็ว และป้องกันไม่ให้รถออกนอกเส้นทาง