"กรมทางหลวง" ยันทางม้าลาย "ไม่เพี้ยน" ตั้งใจทำให้เส้นไม่ตรง ประชาชนจะได้หยุดเดินตั้งสติ เผยมาตรฐานสากลใช้กันกว้างขวาง

ที่มา : เดลินิวส์ พุธที่ 21 ธันวาคม 2559 เวลา 09.40 น  

         http://www.dailynews.co.th/regional/544010 

   กรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชนในตัวเมืองจ.อำนาจเจริญ ที่เรียกร้องให้มีทางม้าลายบนถนนสายหลัก หรือ ทางหลวงแผ่นดิน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งล่าสุดนายโสนิ สุวรรณี อาชีพทนายความ สมาชิกสภากาแฟ ออกมาเรียกร้องถึงผู้เกี่ยวข้องเข้าสำรวจเพื่อทำทางม้าลาย อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกตถึงทางม้าลายนอกเมืองบนถนนบายพาส หรือ ทางเลี่ยงเมืองแห่งแรก ที่เส้นทางม้าลายไม่ตรงกัน มีลักษณะผิดเพี้ยนนั้น ความคืบหน้าในเรื่องนี้ นายสุจิณ  มั่งนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักความปลอดภัย กรมทางหลวง (ทล.) ชี้แจงว่า สาเหตุที่เขตเทศบาลจ.อำนาจเจริญไม่มีทางม้าลาย เนื่องจากสมัยก่อนทางหลวงส่วนใหญ่จะอยู่นอกชุมชนนอกเขตเมือง 10-20 กม. บริเวณแยกจึงไม่มีทางม้าลาย เพราะไม่มีประชาชนใช้งาน มีแค่ป้ายเตือนระวังคนข้ามเท่านั้น อีกทั้งรถใช้ความเร็วสูงบนทางหลวง จึงไม่นิยมสร้างทางม้าลาย เพราะอาจจะเบรกกระทันหันและเกิดอุบัติเหตุได้  

     นายสุจิณ กล่าวต่อว่า แต่ในปัจจุบันความเจริญเข้าถึงชุมชนผู้อยู่อาศัยมากขึ้น ข้อเรียกร้องในการสร้างทางม้าลายจากประชาชน กรมฯจะรับไว้พิจารณาเพื่อติดตั้งบริเวณสี่แยก โดยสั่งการให้แขวงทางหลวงอำนาจเจริญลงพื้นที่ตรวจสอบจุดข้ามบริเวณสี่แยกไฟแดง โรงเรียน หรือบริเวณชุมชน เพื่อทำทางม้าลายให้ประชาชนได้ใช้สะดวกปลอดภัยยิ่งขึ้น

     นายสุจิณ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีประชาชนพบทางม้าลายผิดเพี้ยนนั้น ข้อเท็จจริงตามหลักวิศวกรรมจราจรทางม้าลายมี 2 ชนิด 1.ทางม้าลายแบบตรง มีไฟสัญญาณคนข้าม คือประชาชนสามารถข้ามถนนได้เพียงครั้งเดียว 2.ทางม้าลายแบบเยื้อง ไม่ตรงกัน 2 ฝั่ง ไม่มีสัญญาณไฟคนข้าม คือประชาชนต้องหยุดพักบริเวณเกาะกลาง เพื่อข้ามถนนอีกครั้ง

     ดังนั้นทางม้าลายถนนสายบายพาส ทางแยกหน้าบริษัทนิสสันเก่าเชื่อมถนนชยางกูร จึงมีลักษณะเยื้องกัน เพราะไม่อยากให้ประชาชนข้ามถนนครั้งเดียว อยากให้ได้ตั้งสติก่อนข้าม ซึ่งหลักการนี้ต่างประเทศใช้กันแพร่หลาย สามารถลดอุบัติเหตุในการข้ามทางม้าลายได้ โดยในกรุงเทพฯกรมฯสร้างทางม้าลายลักษณะเดียวกันบนถนนรามอินทรากม.10 ก่อนถึงรพ.นพรัตน์เช่นกัน