ทางหลวงล้ำ ตีเส้นปลุกหลับในไม่ตาย

ทางหลวงล้ำ ตีเส้นปลุกหลับในไม่ตาย

ปิด 143จุดเสี่ยงทั่วไทย

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

         นายสุจิณ มั่งนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักอำนวยความปลอดภัยกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า สำนักอำนวยความปลอดภัยได้จัดทำเส้นจราจรแบบสันนูน (Profile Marking)

มีลักษณะเป็นพื้นนูนบนเส้นไหล่ทางและข้างเส้นไหล่ทาง ความที่ห่างกัน 20 ซม. เพื่อกระตุ้นเตือนผู้ขับขี่ที่หลับในเมื่อขับรถทับเส้นไหล่ทางจะรู้สึกตื่นเพราะรถจะสั่นสะเทือนปลุกผู้ขับขี่ซึ่งใช้กันมากในแถบประเทศยุโรปและญี่ปุ่น ช่วยลดอุบัติเหตุได้ถึง 25-30%

หากตีเส้นความยาวประมาณ 10 กม. ใช้งบประมาณ 1.5 ล้านบาท

            จากการตรวจสอบพบจุดเสี่ยงต่อการหลับในบนทางหลวงทั่วประเทศทั้งหมด 143 จุด โดยจะทำเพิ่มบนทางหลวงภาคเหนือขาไป ตั้งแต่ อ.เถิน จ.ลำปาง ถึงช่วงก่อนเข้า จ.เชียงใหม่ และถนนภาคเหนือขากลับ ตั้งแต่ช่วง อ.เถิน-จ.สิงห์บุรี เพื่อประเมินผลนำรายงานเสนอของบประมาณดำเนินการให้ครบทั้ง 143 จุด ต่อไป

            หลังจากก่อนหน้านี้ได้นำร่องทดลองตีเส้นปลุกคนหลับในบนทางหลวงสู่ภาคใต้ช่วงเพชรบุรี-วังมะนาว เมื่อปลายปี59 ปรากฏว่าอุบัติเหตุจากการหลับในลดลง

            นายสุจิณ กล่าวต่อว่า สำนักฯ ยังวิเคราะห์สาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 60 ตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เพื่อนำข้อมูลไปแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยพบว่าเกิดอุบัติบนทางหลวงทั้งหมด 1,355 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 201 คน บาดเจ็บ 1,593 คน สาเหตุหลัก

ไม่ได้เกิดจากเมาแล้วขับแต่เกิดจากปัจจัยอื่น ๆ ประกอบด้วย รถเสียหลัก 465 ครั้ง หรือ 33.7%  ,รถตัดหน้ากระชั้นชิด 211 ครั้ง 15.6%  ,ชนท้าย 209 ครั้ง 15.4%

นอกจากนี้ยังเกิดจากชนจากรถที่เปลี่ยนช่องทาง 103 ครั้ง 7.6% ,หลับใน 68 ครั้ง 5% ,เมาสุรา 65 ครั้ง 4.8% ,ยางระเบิด22 ครั้ง หรือ 1.6%

            นายสุจิน กล่าวต่อว่า การเสียหลักทั้ง 456 ครั้ง เกิดจากรถเก๋งและรถปิกอัพ 295 ครั้ง 65% รถ จยย. 128 ครั้ง 28% เกิดบนทางตรง 302 ครั้ง 66% ทางโค้ง 104 ครั้ง 23% ส่วนการตัดหน้ากระชั้นชิด 211 ครั้ง บนทางตรง 91 ครั้ง 55% ทางแยกหรือจุดเปิดเกาะ 59 ครั้ง 35% รถ จยย. มาเกี่ยวข้องถึง 146 ครั้ง 69%

            สาเหตุจากรถเสียหลักตัดหน้ากระชั้นชิด และชนท้าย รวมแล้ว 64.7% เกี่ยวข้องกับการใช้ความเร็วหากใช้ความเร็วต่ำก็จะไม่เสียหลัก เช่น ชนเกาะกลาง เสาป้าย หรือตกไหล่ทางส่วนการตัดหน้ากระชั้นชิดหรือชนท้ายพบว่าเป็นเยาวชนอายุ

ต่ำกว่า 25 ปี และผู้สูงอายุ ซึ่งขาดทักษะในการขับรถไม่เข้าใจว่าระดับไหนคือระดับกระชั้นชิดระดับไหนควรออกรถ ดังนั้น

ต้องใช้มาตรการควบคุมความเร็วให้ผู้ขับขี่ลดความเร็วลงเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงการให้ความรู้นักเรียนทุกโรงเรียน

และชุมชนในกลุ่มของผู้สูงอายุให้ระมัดระวังการขับขี่ จยย.

            นายสุจิณ กล่าวอีกว่า ปัจจัยเรื่องยางระเบิดเกิดขึ้น 2% และชนรถที่จอดไหล่ทาง 2% เป็นอุบัติเหตุที่ไม่น่าเกิดขึ้น

กรมฯ ได้รายงานกระทรวงคมนาคมเพื่อประสานกรมการขนส่งทางบก รวมถึงให้ความรู้ประชาชนตรวจสอบสภาพรถ สภาพ

ยางในการเดินทางไกลให้มากขึ้น

            กรณีรถชนรถจอดไหล่ทางจะสำรวจจำนวนรถบรรทุกที่จอดรายทางแต่ละจังหวัดว่าจุด

ไหนที่เป็นจุดเสี่ยง เพื่อแก้ไขด้วยการสร้างที่จอดรถเฉพาะ โดยการขยายไหล่ทางให้นำรถบรรทุกพักระหว่างทางได้โดยจัดทำ

งบประมาณแก้ไขต่อไป สำหรับสาเหตุของการหลับใน 5%เกิดขึ้นบนทางหลวงสายยาว ทางตรง ขับรถนาน 4-5 ชม. คน

ขับจะเหนื่อยล้าเส้นจราจรแบบสันนูนจะช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการหลับในได้.