เนรมิตศูนย์มอเตอร์เวย์เชื่อมเหนือ-อีสานโยงแหลมฉบังจดท่าเรือน้ำลึกทวาย

 

          กรมทางหลวงดัน 4 มอเตอร์เวย์เชื่อมศูนย์การเดินทางที่บางปะอินหวังรองรับการเชื่อมโยงภาค เหนือ-อีสานและท่าเรือน้ำลึกทวายผ่านช่วงบางใหญ่-บ้านโป่งและเส้นทางวงแหวน กาญจนาภิเษก-บางนาเชื่อมบูรพาวิถีสู่ท่าเรือแหลมฉบัง
          ยังมีลุ้นช่วงบางขุนเทียน-บางบัวทอง-บางปะอิน ล่าสุดเดินหน้าทางหลวงพิเศษส่วนต่อขยายช่วงรังสิต-ประตูน้ำพระอินทร์ 17 กิโลเมตรต้นปี 56 ศึกษาออกแบบรายละเอียดเพื่อเริ่มก่อสร้างปี 57 คาดแล้วเสร็จปี 59
          นายบุญเกื้อ จั่นบรรจง ผู้อำนวยการกลุ่มงานวิเคราะห์นโยบาย สำนักแผนงาน กรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ทล.วางแผนพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือมอเตอร์เวย์ ใน 4 เส้นทาง มี 1.บางขุนเทียน-บางบัวทอง-บางปะอิน 2.บางปะอิน-นครราชสีมา 3.บางปะอิน-นครสวรรค์ และ 4.รังสิต-ประตูน้ำพระอินทร์ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมในรูปแบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองใน พื้นที่ช่วงแยกบางปะอินที่สามารถเดินทางสู่พื้นที่ต่างๆได้ง่ายขึ้นเพื่อ แบ่งเบาปริมาณรถยนต์ที่จะเข้าสู่เขตกรุงเทพมหานคร
          โดยจุดบางปะอินสามารถเดินทางสู่ภาคตะวันตกและภาคใต้ผ่านเส้นทางบางปะอิน-บาง ใหญ่-บ้านโป่งหรือบางขุนเทียน-พระราม 2 ลงสู่ภาคใต้ อีกทั้งยังเชื่อมโยงสู่วงแหวนกาญจนาภิเษกมุ่งสู่บางนาหรือถนนบูรพาวิถีมุ่ง สู่ภาคตะวันออกหรือแหลมฉบังได้อย่างสะดวก สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือใช้เส้นทางบางปะอิน-นครราชสีมา อีกทั้งยังสามารถใช้ทางรถยนต์เชื่อมต่อกับระบบรางที่จุดสถานีแก่งคอยหรือ บ้านภาชีผ่านเส้นทางลาดกระบังมุ่งสู่แหลมฉบัง ส่วนภาคเหนือใช้เส้นทางบางปะอิน-นครสวรรค์ได้อีกเช่นกัน
          "ส่วนที่กังวลคือการออกแบบช่วงบางใหญ่-บางปะอินมีปัญหาเกิดขึ้นเนื่อง จากกระทบสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ทำให้ต้องมีการปรับแบบ เพื่อเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าวโดยไม่ให้เกิดผลกระทบต่อแนวเส้นทางซึ่งบริษัทที่ ปรึกษาอยู่ระหว่างการหาวิธีแก้ปัญหาดังกล่าว โดยอาจส่งผลกระทบต่อระยะเวลาการออกแบบเพื่อเลี่ยงผลกระทบต่าง ๆ ในส่วนช่วงบางขุนเทียน-บางใหญ่ที่ทล.ได้ศึกษาความเหมาะสมคงจะให้การทางพิเศษ แห่งประเทศไทยก่อสร้างเป็นทางด่วนเชื่อมโยงกับทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ฝั่งตะวันตก ส่วนช่วงบางใหญ่-บางบัวทอง-บางปะอินในเบื้องต้นจะก่อสร้างให้เป็นระบบปิดแต่ ก็ยังเป็นห่วงเนื่องจากเป็นเส้นทางที่อยู่ในพื้นที่การเกิดอุทกภัยจึงอาจ สร้างเป็นทางยกระดับ แต่ก็ติดปัญหาต้องใช้งบประมาณสูงมาก ซึ่งได้ให้บริษัทที่ปรึกษาเร่งสรุปผลการศึกษาความเหมาะสมในช่วงนี้อีกครั้ง"
          นายบุญเกื้อกล่าวอีกว่าหากไม่นับทางด่วนช่วงบางขุนเทียน-บางใหญ่จะพบว่า โครงการมอเตอร์เวย์ช่วงบางใหญ่-บางปะอิน ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร คาดว่าจะใช้งบประมาณการก่อสร้างประมาณ 6 พันล้านบาท ขนาด 6-8 ช่องจราจร โดยเส้นทางจะมีทางเข้า-ออก จุดพักรถ พร้อมกับมีเลนที่สามารถใช้บริการเช่นปกติโดยไม่ต้องเสียค่าใช้เส้นทางไว้ ทั้ง 2 ด้านตลอดแนว เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชน
          "โครงการมอเตอร์เวย์ช่วงบางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรีและเส้นทางอื่น ๆ นั้นขณะนี้ยังต้องรอลุ้นว่ากระทรวงการคลังและครม.ชี้ชัดแหล่งเงินการลงทุน เนื่องจากต้องใช้งบประมาณการลงทุนในแต่ละโครงการจำนวนมาก ส่วนเส้นทางที่มีความพร้อมก่อนจะเข้าสู่กระบวนการเปิดคัดเลือกผู้รับเหมาก่อ สร้างอีก 2 เส้นทาง คือ 1. เส้นทางบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตรมูลค่าก่อสร้าง 5.27 หมื่นล้านบาท และ 2. สายบางใหญ่-นครปฐม-บ้านโป่ง- กาญจนบุรี ระยะทาง 98 กิโลเมตร มูลค่าก่อสร้าง 2.37 หมื่นล้านบาท ส่วนอีก 3 เส้นทางที่เหลือคือ ช่วงบางปะอิน-นครสวรรค์,ช่วงพัทยา-มาบตาพุด และช่วงนครปฐม-เพชรบุรี-ชะอำ อยู่ระหว่างการทบทวนแผนการศึกษาตามแผนแม่บทมอเตอร์เวย์"
          ด้านนายเหม โง้วศิริ วิศวกรใหญ่ด้านวางแผนและวางโครงการก่อสร้าง กรมทางหลวง กล่าวว่า ขณะนี้เร่งสรุปผลการศึกษาโครงการทางพิเศษส่วนต่อขยายดอนเมืองโทลล์เวย์ ช่วงรังสิต-ประตูน้ำพระอินทร์ ระยะทาง 17 กิโลเมตร มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท หลังจากพิจารณาแล้วเห็นว่าการจราจรบนถนนพหลโยธิน ช่วงรังสิต-อยุธยา มีการจราจรหนาแน่นประมาณ 1 แสนคันต่อวันและเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจึงจำเป็นต้องมีการวางแผน ก่อสร้างโครงข่ายทางพิเศษเพื่อรองรับการจราจรที่หนาแน่นดังกล่าวตั้งแต่ วันนี้
          "ช่วงรังสิต-ประตูน้ำพระอินทร์กำหนดแผนการศึกษาไว้ 9 เดือน ศึกษามาแล้วรวม 6 เดือนจะแล้วเสร็จในปลายปีนี้จากนั้นจึงเริ่มออกแบบรายละเอียดในปี 2556 และช่วงต้นปี 2557 จึงจะเริ่มก่อสร้างคาดแล้วเสร็จพร้อมให้บริการในปี 2559 โดยจะเชื่อมต่อกับเส้นทางบางปะอิน-นครสวรรค์ และบางปะอิน-นครราชสีมา มีจุดขึ้น-ลงทั้งหมด 7 จุด คาดว่าจะใช้งบในส่วนของกองทุนค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์สาย 7 และสาย 9 ซึ่งหลังจากนี้จะนำไปขยายในเส้นทางอื่นๆ ส่วนอัตราค่าบริการอาจจะเก็บในอัตราเดียวกันกับที่เก็บอยู่ในปัจจุบัน คือ 1 บาทต่อ 1 กิโลเมตร โดยส่วนเส้นทางต่อไปที่จะดำเนินการ คือ แหลมฉบัง-ปราจีนบุรี ระยะทาง 125 กิโลเมตร เพื่อรองรับการรับส่งสินค้าที่มีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากศึกษาส่วนต่อขยายโทลล์เวย์แล้วเสร็จ จะเริ่มดำเนินการเส้นดังกล่าวทันที"
          ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงเส้นทางมอเตอร์เวย์ช่วงบางปะอิน-นครราชสี มีชาวบ้านช่วงปากช่องยื่นหนังสือร้องเรียนว่าจะเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ ประชาชนอำเภอปากช่องเนื่องจากตัดผ่านพื้นที่ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งผลกระทบด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรงนั้น โดยขอให้ปรับแนวไปก่อสร้างเป็นทางยกระดับคร่อมถนนมิตรภาพ(ทางหลวงหมายเลข 2) เริ่มตั้งแต่เข้าเขตอำเภอปากช่อง-บริเวณหน้าเรือนจำคลองไผ่ ระยะทางประมาณ 46 กิโลเมตรแทน
          "เตรียมเชิญตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายร่วมประชุมหารือภายใน 1-2 สัปดาห์นี้เพื่อหาทางออกของปัญหาดังกล่าว แต่ก่อนหน้านี้ หลังจากที่ชาวบ้านร้องเรียนก็สั่งให้กรมทางหลวงไปพิจารณาหาแนวทางว่าจะมี วิธีการดำเนินการอย่างไรบ้างแล้วกลับมานำเสนอในที่ประชุมหารือในครั้งนี้"
          ด้านนายเหม โง้วศิริ วิศวกรใหญ่ด้านวางแผนและวางโครงการก่อสร้าง กรมทางหลวง กล่าวว่า ขณะนี้เร่งสรุปผลการศึกษาโครงการทางพิเศษส่วนต่อขยายดอนเมืองโทลล์เวย์ ช่วงรังสิต-ประตูน้ำพระอินทร์ ระยะทาง 17 กิโลเมตร มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท หลังจากพิจารณาแล้วเห็นว่าการจราจรบนถนนพหลโยธิน ช่วงรังสิต-อยุธยา มีการจราจรหนาแน่นประมาณ 1 แสนคันต่อวันและเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจึงจำเป็นต้องมีการวางแผน ก่อสร้างโครงข่ายทางพิเศษเพื่อรองรับการจราจรที่หนาแน่นดังกล่าวตั้งแต่ วันนี้
          "ช่วงรังสิต-ประตูน้ำพระอินทร์กำหนดแผนการศึกษาไว้ 9 เดือน ศึกษามาแล้วรวม 6 เดือนจะแล้วเสร็จในปลายปีนี้จากนั้นจึงเริ่มออกแบบรายละเอียดในปี 2556 และช่วงต้นปี 2557 จึงจะเริ่มก่อสร้างคาดแล้วเสร็จพร้อมให้บริการในปี 2559 โดยจะเชื่อมต่อกับเส้นทางบางปะอิน-นครสวรรค์ และบางปะอิน-นครราชสีมา มีจุดขึ้น-ลงทั้งหมด 7 จุด คาดว่าจะใช้งบในส่วนของกองทุนค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์สาย 7 และสาย 9 ซึ่งหลังจากนี้จะนำไปขยายในเส้นทางอื่นๆ ส่วนอัตราค่าบริการอาจจะเก็บในอัตราเดียวกันกับที่เก็บอยู่ในปัจจุบัน คือ 1 บาทต่อ 1 กิโลเมตร โดยส่วนเส้นทางต่อไปที่จะดำเนินการ คือ แหลมฉบัง-ปราจีนบุรี ระยะทาง 125 กิโลเมตร เพื่อรองรับการรับส่งสินค้าที่มีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากศึกษาส่วนต่อขยายโทลล์เวย์แล้วเสร็จ จะเริ่มดำเนินการเส้นดังกล่าวทันที"
          จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,766 16-18 สิงหาคม พ.ศ. 2555

          ที่มา: http://www.thanonline.com