เบรกรัฐชะลอ "ไฮสปีดเทรน"หอการค้าไทยหนุน 2 ล้านล้านแต่ขอรางคู่ก่อน

 

ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
          นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สนับสนุนโยบายรัฐบาลที่จะลงทุน 2 ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งกับเพื่อนบ้านและลดต้นทุนการขนส่ง จากปัจจุบันไทยใช้การขนส่งทางถนนมากถึง 86% ทางน้ำ 12% และทางราง 2% เท่านั้น ส่งผลให้ต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของไทยอยู่ที่ 15.2% ของจีดีพี ขณะที่สหรัฐฯ อยู่ที่ 8.3% ของจีดีพี
          อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทสำหรับนักลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน สะดุดเช่นเดียวกับ พ.ร.ก.กู้เงินบริหารจัดการเรื่องน้ำ 350,000 ล้านบาท รัฐบาลควรศึกษาข้อมูลให้มีความชัดเจนรอบด้านก่อนเปิดประมูล และการดำเนินการจะต้องโปร่งใสทุกขั้นตอน รวมทั้งเปิดให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมก่อนดำเนินโครงการ
          ด้านนายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยมี 3 ข้อเสนอแนะต่อการลงทุน 2 ล้านล้านบาท ได้แก่ 1.โครงการเร่งด่วนที่ควรดำเนินการ 2.การบริหารจัดการการลงทุน และ 3. การเตรียมความพร้อมบุคลากรและการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยในส่วนของโครงการเร่งด่วนนั้น เห็นว่า รถไฟรางคู่มีความจำเป็นอันดับแรก เพราะได้ประโยชน์ในการขนส่งสินค้า ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูง ควรต้องมีการศึกษาความคุ้มค่าแต่ละเส้นทางก่อน และเมื่อพบว่าเส้นทางใดคุ้มค่า จึงค่อยตัดสินใจลงทุน
          นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับรูปแบบการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมตลิ่งชัน บริเวณสถานีประตูน้ำ และราชปรารภ ซึ่งมีประชาชนคัดค้านการเวนคืนพื้นที่ก่อเสร้างเนื่องจากเห็นว่า ใช้พื้นที่มากเกินไป โดยเบื้องต้น รฟม.ได้ปรับแบบการก่อสร้างสถานีให้แคบลงแล้ว โดยขุดเจาะลงไปใต้ดินให้ลึกกว่าเดิมเพื่อออกแบบทางวิ่งให้ซ้อนกัน แม้การปรับรูปแบบดังกล่าวจะส่งผลให้ต้องใช้วงเงินก่อสร้างเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังอยู่ในกรอบงบประมาณที่ตั้งไว้.