'ชัชชาติ'ติดจีพีเอสรถโดยสาร เพิ่มจุดพัก-ประกันจ่าย9แสน

 

มติชน ฉบับวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
          'ชัชชาติ'สั่งวางระบบความปลอดภัยบนถนน ให้รถโดยสาร-รถตู้ร่วมบริการทุกคันติด'จีพีเอส'ตรวจจับความเร็ว
          จากกรณีเกิดอุบัติเหตุสยองรถพ่วง 22 ล้อ พุ่งข้ามเกาะกลางถนนชนกับรถทัวร์ปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-ร้อยเอ็ด บนถนนมิตรภาพ ขาล่องเข้า กทม. บริเวณกิโลเมตรที่ 19-20 ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี จนมีผู้โดยสารถูกไฟหนังสือพิมพ์มติชนรายวันคลอกเสียชีวิตภายในรถรวม 19 ราย บาดเจ็บ 21 ราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น
          เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานข่าวเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นดังกล่าวทำให้มีความเป็นกังวลมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเดินทางในประเทศไทย ที่ไม่ใช่มีเพียงแค่ชายหาดที่สวยงาม แต่ยังมีอุบัติเหตุทางท้องถนนเกิดขึ้นมากทุกปี โดยระบุว่า ข่าวอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถโดยสารและรถตู้ในประเทศไทยมีให้เห็นเกือบทุกสัปดาห์ พร้อมทั้งระบุว่าจากตัวเลขขององค์การอนามัยโลก (ฮู) ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสถิติด้านความปลอดภัยบนท้องถนนที่เลวร้ายที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง
          ซีเอ็นเอ็นรายงานด้วยว่า จากตัวเลขของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ระบุว่า เมื่อปี 2555 ที่ผ่านมาประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวมากถึงกว่า 22 ล้านคน ซึ่งประเด็นเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางเป็นประเด็นที่รัฐบาลของหลายประเทศได้ประกาศเตือนประชาชนของตัวเองมาตลอด เช่น ออสเตรเลีย อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศเตือนนักท่องเที่ยวของประเทศตนเอง และผู้ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในไทยเกี่ยวกับสภาพการจราจรที่เลวร้าย และการขาดซึ่งการบังคับใช้มาตรการความปลอดภัยในประเทศไทย
          นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสำนักงานการต่างประเทศและเครือจักรภพ (เอฟซีโอ) ของอังกฤษ ได้เผยแพร่รายงานประจำปีเกี่ยวกับพฤติกรรมของชาวอังกฤษในต่างแดน ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากเจ้าหน้าที่ของกับพฤติกรรมของชาวอังกฤษในต่างแดน ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากเจ้าหน้าที่ของสถานกงสุล พบว่าประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีชาวอังกฤษขอความช่วยเหลือมากที่สุด โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางท้องถนน ที่เป็นปัญหาร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะ เพราะอุบัติเหตุหลายครั้งมาจากสภาพรถที่ย่ำแย่และมาตรฐานความปลอดภัยของคนขับรถ ส่วนรถจักรยานยนต์รับจ้างตาม รีสอร์ตชายหาดต่างๆ มักจะไม่มีการลงทะเบียน ทำให้ไม่ได้รับการรับรองจากกฎหมายคุ้มครอง ผู้ประสบภัยทางถนน
          ในรายงานของรัฐบาลอังกฤษในโครงการรณรงค์เรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนระบุว่า เมื่อปี 2554 ประเทศไทยซึ่งมีชาวอังกฤษอาศัยอยู่ราว 50,000 คน และมีนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเดินทางมาเที่ยวปีละกว่า 870,000 คน มีอุบัติเหตุทางท้องถนนเกิดขึ้น 98,582 ครั้ง เป็นผลทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 9,205 ราย เปรียบเทียบกับอุบัติเหตุทางท้องถนนที่เกิดขึ้นในอังกฤษในปีเดียวกันมีคนเสียชีวิตเพียง 1,901 ราย
          ขณะที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐเองก็ได้มีการประกาศเตือนในลักษณะเดียวกันเกี่ยวกับคำแนะนำในการเดินทางที่มีการปรับปรุงข้อมูลครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยเตือนว่าประเทศไทยทั่วทุกภูมิภาคมีการขับรถที่เร็ว ไม่ระวัง และไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร คนขับรถมักจะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเสพยาบ้า อุบัติเหตุทางรถยนต์เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน ซึ่งบางครั้งทำให้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต และด้วยสภาพการจราจรที่ติดขัดทำให้รถพยาบาลเข้าไปช่วยเหลือเหยื่อที่ประสบอุบัติเหตุได้อย่างยากลำบาก
          ทั้งนี้ จากตัวเลขของฮูว่าด้วยสถิติความปลอดภัยบนท้องถนนทั่วโลก ระบุว่า เมื่อปี 2553 ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนราว 38 ราย ต่อประชากร 100,000 คน ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอันตรายบนท้องถนนมากที่สุดในโลก ในจำนวนนี้เป็นอุบัติเหตุอันเกิดจากรถจักรยานยนต์มากถึง 74 เปอร์เซ็นต์ นี้เป็นอุบัติเหตุอันเกิดจากรถจักรยานยนต์มากถึง 74 เปอร์เซ็นต์
          นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับรายงานเรื่องที่ทางการออสเตรเลีย อังกฤษ และสหรัฐ เตือนพลเมืองของตนเองที่อยู่ในประเทศไทยให้ระวังอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่ก็ต้องดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่แล้ว
          ที่ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารสาธารณะ 1584 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวระหว่างติดตามการทำงานของศูนย์ควบคุมการเดินรถด้วยระบบจีพีเอส เพื่อใช้กำกับดูแลความปลอดภัยสำหรับรถสาธารณะว่า ขณะนี้รถโดยสารของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บ.ข.ส.) ติดตั้งระบบติดตามรถผ่านดาวเทียม หรือจีพีเอสแล้ว จึงรู้ได้หมดว่ารถแต่ละคันอยู่ตรงไหน และใช้ความเร็วเท่าไหร่ ประชาชนที่ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ทั้งนี้ จะขยายไปยังรถโดยสารร่วมบริการ บ.ข.ส.ทั้งหมด รวมถึงรถตู้โดยสารสาธารณะ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสาร ซึ่งเบื้องต้นอาจปรับลดค่าสัมปทานให้กับรถร่วมเอกชน เพื่อให้นำมาติดตั้งจีพีเอส โดยขณะนี้มีรถโดยสารร่วมบริการเอกชนประมาณ 1.2 หมื่นคัน และรถตู้โดยสารร่วมบริการเอกชนอีกประมาณ 4 พันคัน ทั้งนี้ เชื่อว่าจะช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้
          "นอกจากนี้ ยังต้องมีการปรับปรุงเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น รถบางคันยังมีเข็มขัดนิรภัยไม่ครบ ต้องเร่งปรับปรุงโดยเร็ว รวมทั้งต้องเข้มงวด ผู้ขับขี่และพนักงานประจำรถคาดเข็มขัดนิรภัยอย่างเคร่งครัด เพราะจากสถิติที่ผ่านมาพบว่า ไม่คาด ส่วนผู้โดยสารอาจจะบังคับไม่ได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายบังคับ อาจต้องใช้วิธีขอความร่วมมือ เพื่อลดความเสียหายหากเกิดอุบัติเหตุ" นายชัชชาติกล่าว และว่า ปัจจุบันนี้รถ บ.ข.ส.ยังไม่มีแผนการเผชิญเหตุการณ์ฉุกเฉินจากกรณีรถคว่ำหรือเกิดเหตุเพลิงไหม้ มีเพียงรถบรรทุกวัตถุอันตรายเท่านั้นที่ ขบ.บังคับให้จัดทำแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นช่องว่างความปลอดภัยของผู้โดยสาร จึงได้สั่งการให้ ขบ.และ บ.ข.ส.ไปหารือร่วมกับกระทรวงมหาดไทย (มท.) เพื่อจัดทำสำหรับรถโดยสารสาธารณะ โดยนำร่องรถ บ.ข.ส.ก่อน หลังจากนั้นจะนำมาบรรจุเป็นระเบียบปฏิบัติสำหรับรถโดยสารสาธารณะทุกคัน
          นายชัชชาติกล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องรถโดยสาร 2 ชั้น ที่อาจไม่ปลอดภัยนั้น ที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นงานวิจัยรถโดยสาร 2 ชั้นไม่ปลอดภัย ดังนั้น การดำเนินการในขณะนี้จึงเป็นเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยในตัวรถ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารมากกว่า คงไม่สามารถไปยกเลิกการให้บริการของรถโดยสาร 2 ชั้นได้ ความมั่นใจให้กับผู้โดยสารมากกว่า คงไม่สามารถไปยกเลิกการให้บริการของรถโดยสาร 2 ชั้นได้ และปัจจุบันมีการให้บริการอยู่จำนวนมาก
          วันเดียวกัน นายชัชชาติได้เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับ ขบ. กรมทางหลวง (ทล.) และผู้ประกอบการรถบรรทุกว่า ได้สั่งการให้กรมทางหลวงไปพิจารณาทำจุดพักรถบรรทุกเพิ่มเติม เพื่อให้มีพื้นที่พักรถตามกฎหมายที่กำหนดให้ขับต่อเนื่องได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมง ซึ่งเบื้องต้น ทล.กำหนดไว้ 7 จุด แต่จะทำก่อน 2 จุด เนื่องจากมีงบประมาณดำเนินการแล้ว 45 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทำระยะต่อไป ทั้งนี้ นอกจากพื้นที่ของ ทล.แล้ว ก็ให้ไปพิจารณาพื้นที่ของหน่วยงานอื่นด้วย โดยไม่จำเป็นต้องทำขนาดใหญ่ แต่ให้มีไฟส่องสว่าง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับรถบรรทุกที่ไปจอดหลับนอน โดยให้ ทล.สรุปทั้งหมดให้ทราบภายในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของจุดตัดและจุดกลับรถที่ไม่เพียงพอ จะต้องก่อสร้างเพิ่มเติม หาก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทผ่านการพิจารณาแล้ว ทล.จะนำเงินส่วนนี้ไปดำเนินการได้ทันที
          นายชัชชาติกล่าวด้วยว่า ทางผู้ประกอบการรถบรรทุกเสนอว่า ควรเพิ่มด่านตรวจแอลกอฮอล์ให้มากขึ้น และพัฒนาผู้ประกอบการต่างๆ ให้มีคุณภาพ ส่วนเรื่องการติดตั้งระบบจีพีเอสตรวจจับความเร็วนั้น ทางผู้ประกอบการเห็นว่ามีต้นทุนสูงเกินไป จึงขอให้ใช้เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแทนได้หรือไม่ ซึ่งได้สั่งการให้ ขบ.ไปพิจารณาในรายละเอียดแล้ว ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ขนส่งทุกจังหวัดไปทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการรถบรรทุกเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ดังกล่าว เพื่อให้ร่วมมือกันดำเนินการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ ปัจจุบันมีรถบรรทุกที่ให้บริการอยู่ประมาณ 8 แสนคัน ยังขาดแคลนอีก 1.4 แสนคัน
          นายสมชัย ศิริวัฒนโชค อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ขบ.จะเริ่มทยอยให้รถโดยสารร่วมบริการเอกชนเข้ามาติดระบบจีพีเอสได้ประมาณต้นปี 2557 เบื้องต้นจะให้รถตู้โดยสารร่วมบริการติดก่อน เพราะเกิดอุบัติเหตุบ่อย จากนั้นจะทยอยติดตั้งในรถโดยสารร่วมบริการ คาดว่าจะติดตั้งทั้งระบบแล้วเสร็จภายในปี 2557 และจะเจรจากับ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือให้ปรับลดค่าบริการ จีพีเอสลงเหลือเดือนละ 100 บาท จากปัจจุบัน 300 บาท ส่วนค่าติดตั้งระบบกล่องจีพีเอส เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการรถร่วมต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองประมาณ 1 หมื่นบาทต่อกล่อง ส่วนกรณีของรถโดยสาร 2 ชั้น มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยอยู่ ซึ่งจะต้องผ่านการตรวจสภาพทุก 6 เดือน โดยจะมีการตรวจความโน้มเอียงของตัวรถ ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่า 30 องศา ตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่ต้องได้รับการตรวจสภาพ
          นางสุจินดา เชิดชัย หรือเจ๊เกียว นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารขนส่ง และเจ้าของกิจการอู่ต่อรถทัวร์และบริษัทเชิดชัยทัวร์ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการรถโดยสารยังไม่ได้รับผลกระทบจากกระแสข่าวรถโดยสาร 2 ชั้นไม่ปลอดภัย โดยยืนยันว่าผู้ประกอบการรถโดยสารและผู้โดยสารยังมั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยของรถโดยสาร 2 ชั้น และจะยังให้บริการต่อไป เนื่องจากเห็นว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมาจากคนขับรถบรรทุกหลับในแล้วไปชนรถโดยสารของ บ.ข.ส.จึงไม่ใช่ความผิดของรถ บ.ข.ส.หรือตัวรถที่เป็น 2 ชั้น แต่อย่างใด
          ผู้ประกอบการรับจ้างต่อตัวถังรถโดยสารสาธารณะใน จ.นครราชสีมา รายหนึ่งกล่าวว่า ค่าจ้างต่อตัวถังรถโดยสาร 2 ชั้น ไม่รวมเครื่องปรับอากาศและเครื่องเสียงจะอยู่ที่ประมาณ 1.8 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะมักนิยมให้ติดตั้งกระจกนิรภัยรอบคันเพื่อสร้างทัศนวิสัยให้ผู้โดยสารชั้น 2 และสร้างความสวยงาม เน้นความน่าใช้บริการ แต่คุณสมบัติของกระจกนิรภัยมีความเหนียวและมีน้ำหนักมากกว่าตัวถัง เมื่อเกิดอุบัติเหตุจึงไม่สามารถทะลุทะลวงหนีออกมาได้ ซึ่งควรติดตั้งให้น้อยลงและอยู่ในระดับสายตาของผู้โดยสาร ก็น่าเพียงพอ อย่างไรก็ตาม ตนเป็นเจ้าของอู่รับจ้าง ลูกค้าสั่งอย่างไรก็ต้องทำตาม หากให้ตนใช้บริการขนส่งสาธารณะ ไม่ขอใช้บริการรถโดยสาร 2 ชั้นอย่างแน่นอน
          วันเดียวกัน เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ สภ.แก่งคอย จ.สระบุรี มีเจ้าหน้าที่บริษัท วิริยะประกันภัย ฝ่ายของรถเทรลเลอร์ 22 ล้อ ของบริษัท ทีเจแอล ขนส่ง และทิพยประกันภัย ฝ่ายของรถทัวร์มาดูแลให้ความสะดวกแก่ญาติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุสยองดังกล่าว โดยนายคุณภาณุตรี เหรียญยูร รองผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ภาค 4 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เดินทางมามอบเงินจำนวน 9,000,000 บาท ให้กับญาติด้วยตนเอง โดยมี นางเพ็ญจันทร์ เกียรติบุญญาฤทธิ์ อายุ 64 ปี ข้าราชการครูบำนาญ จ.มหาสารคาม เป็นผู้รับมอบเงินค่าปลงศพรายแรก
          นางกาญจนา ศรีคราม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ภาค 7 สระบุรี กล่าวว่า ทาง คปภ.ได้รับทราบชี้ชัดแล้วว่าฝ่ายรถพ่วง 22 ล้อ ประมาท โดยได้ทำประกันภัยไว้กับวิริยะประกันภัย ซึ่งทางบริษัทจะจ่ายค่าสินไหมให้ศพละ 900,000 บาท ในวงเงินเต็มที่ทำประกัน สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 19 ราย ส่วน ผู้บาดเจ็บ 21 ราย จะจ่ายค่ารักษาพยาบาล และค่าชดเชยการสูญเสียรายได้ตามความจริงไม่เกิน 604,000 บาท