จี้รัฐไฟเขียวกทม.เก็บภาษีรถยนต์โอนงานจราจร/กระจายอำนาจเพื่อพัฒนาเมืองหลวง

 

สยามรัฐ ฉบับวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่เปิดประชุมสภา กทม. สมัยประชุมสามัญ สมัยที่3 ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาญัตติร่างข้อบัญญัติ กทม. เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบฯ 2557 ปรากฏ มีสมาชิกสภา กทม. อภิปรายโดยใช้เวลาต่อคนไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง ใช้เวลาค่อนข้างมาก ทำให้ประธานในการประชุมวินิจฉัยให้ขยายเวลาการประชุมสภาไปอีกหนึ่งวัน คือในวันที่ 25 ก.ค. 56
          ทั้งนี้ ในการประชุมสภา กทม. ครั้งนี้มีสมาชิกร่วมกันอภิปรายถึงการใช้จ่ายงบฯ ของหน่วยงานซึ่งจะต้องเป็นประโยชน์สูงสุด และต้องคำนึงถึงความเหมาะสมเป็นหลัก นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตหน่วยงานควรดำเนินโครงการที่เป็นประโยชน์และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อมและพัฒนาเมืองหลวงให้เป็นรูปธรรม
          รวมทั้งยังได้อภิปรายโครงการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมคลองมหาสวัสดิ์ที่ล่าช้า และการปรับปรุงยกระดับถนนในหลายพื้นที่ยังพบปัญหาล่าช้าไม่คืบหน้าซึ่งสำนักการระบายน้ำควรเร่งรัดผู้รับเหมาดำเนินการให้แล้วเสร็จทันกำหนด สำนักการศึกษาควรปรับหลักสูตรให้เข้ากับนักเรียนในช่วงอายุเพื่อพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา ทั้งควรปรับปรุงเครื่องมือการเรียนการสอนให้ทันสมัย นอกจากนี้ รัฐบาลควรกระจายอำนาจให้ กทม. จัดเก็บภาษีรถยนต์ ภาษีล้อเลื่อน รวมทั้งภารกิจด้านจราจรซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์กับการพัฒนา กทม.
          นายวิสูตร สำเร็จวาณิชย์ ส.ก.เขตลาดกระบัง ได้ตั้งข้อซักถามถึงนโยบายเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันอัคคีภัยของกทม. และเร่งตรวจสอบพื้นที่ชุมชนแออัดและพื้นที่เสี่ยงอัคคีภัย โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่า ขณะนี้ผู้บริหารอยู่ระหว่างพิจารณาก่อตั้งโรงเรียนฝึกอบรมเจ้าหน้าที่นักดับเพลิง ซึ่งกำลังเจรจากับบริษัทเอกชนเพื่อศึกษารวมทั้งจัดซื้ออุปกรณ์ดับเพลิงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพป้องกันอัคคีภัยในชุมชน และเร่งตรวจสอบชุมชนทั้ง 50 เขต ว่ามีจุดเสี่ยงอัคคีภัยหรือไม่ ทั้งตรวจความพร้อมปั๊มหัวแดงและติดเพิ่มในพื้นที่เหมาะสม
          นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ก.เขตห้วยขวาง กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีเงินได้ต่างๆ และฐานการเก็บภาษีเพื่อคำนวณเป็นรายรับงบฯ ที่ กทม. ต้องจัดเก็บ เพื่อประสิทธิภาพในการจัดเก็บงบฯ เพื่อนำไปจัดสรรตามนโยบายบริหารงานของ กทม.นอกจากนี้ ขอตั้งข้อสังเกตโครงการอ่านกันสนั่นเมือง ที่มองว่ามีกิจกรรมมากมายแต่แปลกใจการประชาสัมพันธ์ที่ทำกันถึงในห้องน้ำที่ทราบมาว่าใช้งบฯ ถึง 50 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนอ่านหนังสือ รวมถึงเขตพื้นที่ที่พยายามจัดมุมหนังสือไว้ให้ประชาชนเข้าไปอ่าน แต่ไม่รู้ว่าได้ตรวจสอบกันหรือไม่ว่ามีใครใช้บริการบ้าง
          ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างข้อบัญญัติ กทม. เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี 57 จำนวน 50 คน โดยกำหนดระยะเวลาในการพิจารณาภายใน45 วัน