ประเดิมยกรถวันแรก19คัน

 

     ประเดิมยกรถวันแรก19คันแจกใบสั่ง 97 ใบ เล็งขยายยกรถทุกเส้นทางในกทม.1พ.ย.นี้ เผยต้องจ่ายค่าปรับ 500 บาท ค่ายกรถ 500-1,000 ค่ารักษารถ 200-700

     หลังจากการคณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่มีกระทรวงคมนาคม ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร และ กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) เห็นชอบในมาตรการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในถนน 10 เส้นทาง

     วานนี้ (21ต.ค.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. รับผิดชอบด้านการจราจร เปิดเผยว่า ผลมาตรการจับปรับยกรถผิดกฎหมายจอดกีดขวางการจราจรในที่ห้ามจอดวันแรกบนถนน10สายหลักนำร่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจับปรับและยกรถจำนวน 19 คัน ได้แก่ สน.พญาไท 2 คัน สน.บางซื่อ 2 คัน สน.พหลโยธิน 3 คัน สน.ทุ่งมหาเมฆ 1 คัน สน.ปทุมวัน 2 คัน สน.ตลาดพลู 6 คัน สน.คลองตัน 1 คันและ สน.ทองหล่อ 1 คัน

      นอกจากนี้ มีการแจกใบสั่ง 97 ใบซึ่งการดำเนินการทุกอย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคแต่อย่างใด เพราะที่ผ่านมาตำรวจได้มีการซักซ้อมการปฏิบัติมาเป็นอย่างดี รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบมาระยะหนึ่งแล้ว

      ส่วนเส้นทางอื่นๆ ไม่พบการกระทำความผิดแสดงข่าวประชาชนเคารพกฎจราจรมากขึ้นและติดตามข่าวสารข้อมูลประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ เป็นอย่างดีได้ผลเป็นที่น่าพอใจ นอกจากนี้ได้ปล่อยแถวตำรวจจราจร 88 สน.และจราจรบก.จร.อาสาสมัครพิทักษ์จราจรกทม.และรถยกของตำรวจและเอกชนกว่า 200 คันที่ลานพระบรมรูปทรงม้าร่วมรณรงค์ผู้ขับขี่มีวินัยจราจรมากขึ้น

       พล.ต.ต. อดุลย์ กล่าวต่อว่า ในอนาคตการจราจรในกทม.จะเหมือน สิงคโปร์ ฮ่องกง และลอนดอน ที่ไม่มีใครกล้ากระทำความผิดเพราะกฎหมายจราจร และต่อไปนี้จะดำเนินการจับปรับยกรถบนถนนทุกสายตั้งแต่วันที่ 1พ.ย.นี้ไม่เฉพาะ 10 สายที่ดำเนินการเท่านั้น

       นอกจากนี้ บชน.ร่วมกับกทม.สำนักงานเขตทั้ง 50 เขตจะติดป้ายจราจรห้ามจอดและตีเส้นแดงขาวแสดงสัญลักษณ์อย่างชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดการโต้เถียงระหว่างผู้ขับขี่กับผู้จับปรับ ส่วนเรื่องเวลาการจอดจะผ่อนผันได้ในช่วงใดบ้างจะพิจารณาแต่ละเส้นทางอีกครั้งซึ่งเวลาที่ห้ามจอดโดยเด็ดขาดคือช่วงเช้า เย็นชั่วโมงเร่งด่วนบนถนนทุกสาย

       ทั้งนี้ ไม่ต้องห่วงว่าจะถูกตำรวจกลั่นแกล้งหรือกรณีตำรวจทำยอดจับเพราะถ้าท่านไม่ทำผิดก็ไม่มีใครไปจับและการที่ตำรวจช่วยกันจับกุมนั้นก็ถือเป็นเรื่องดีที่เขาบังคับใช้กฎหมายเข้มข้นเคร่งครัดปกติผู้จับกุมจะมีส่วนแบ่งนำจับอยู่แล้วไม่ว่าข้อหาใดๆ ผู้จับได้ 40 % ส่วนที่เหลือส่งให้ กทม. และแบ่งเข้าหลวงส่วนหนึ่ง

       ส่วนที่เกรงกันว่าตำรวจจราจรจะไปเรียกเงินส่วนแบ่งจากรถยกเอกชนนั้นขอยืนยันไม่มีแน่นอนเพราะมีขั้นตอนกระบวนการจ่ายเงินค่ารถยกที่ชัดเจนมีใบเสร็จและต้นขั้วทุกอย่างทำเป็นขั้นเป็นตอนโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ซึ่งได้กำชับกับรถยกเอกชนไปแล้วหากมีตำรวจคนใดไปเรียกรับเงินหรือเรียกรับผลประโยชน์ถือเป็นความผิดทั้งอาญาและวินัยร้ายแรง

ที่มา :  กรุงเทพธุรกิจ  วันที่ 22 ตุลาคม 2556