57 กฎจราจรเด็ดขาดสากล ตำรวจจับเองและใช้เทคโนโลยีจับ-1 พ.ย.ขยายยกรถ 56 สาย
ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2556
          เมื่อวันที่ 24 ต.ค.56  ที่ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.0) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. งานจราจร, พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบก.จร.ได้ประชุมด้วยระบบวีดิโอคอนเฟอเรนซ์กับกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9  โดย พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวกำชับการบังคับใช้กฎหมายยกรถจอดผิดกฎหมายบนถนน 1 สายว่า ให้กวดขันยกรถจอดผิดกฎหมายถนน 10 สายอย่างต่อเนื่องอย่าให้เป็นเพียงไฟไหม้ฟางซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเลือกถนนเข้าโครงการเพิ่มอีก 50 สาย ในพื้นที่ 56 สน.คาดว่าจะได้รายละเอียดก่อนสิ้นเดือนนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์และดีเดย์บังคับใช้กฎหมายเข้มงวดในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ส่วนการกวดขันรถสาธารณะจอดกีดขวาง กำลังพิจารณาแยกป้ายรถเมล์ รถตู้ และรถแท็กซี่ออกจากกันคาดว่าจะดำเนินการได้ในเร็วๆนี้
          พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวด้วยว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ได้มอบนโยบายด้านการจราจรโดยให้ตำรวจจราจรบังคับใช้กฎหมายให้เด็ดขาดและเป็นสากล  ดังนั้นจึงกำหนดให้ปี 2557 เป็นปีแห่งการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและเป็นสากล ทั้งนี้นอกจากจะให้ตำรวจลงพื้นที่แล้ว จะมีการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการกวดวินัยจราจรด้วย  โดยจะพัฒนากล้องจับรถฝ่าสัญญาณไฟแดง  หรือเรดไลท์คาเมร่า  จากที่มีอยู่  30  จุดจะเพิ่มให้ครอบคลุมทุกทางแยกทั่วกรุง จะติดตั้งกล้องจับรถปาดเส้นทึบ คอสะพาน ทางร่วมทางแยก ที่ขณะนี้ได้ติดตั้งแล้ว 10 จุดจะพัฒนาให้ได้ 200 จุดทั่ว กทม. นอกจากนี้ยังได้งบจาก กทม.จำนวน 190 ล้านบาทจัดซื้อเครื่องออกใบสั่งออนไลน์ โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง  ซึ่งมีรายละเอียดและสเปกของเครื่องที่เคยทดลองใช้มาแล้วเมื่อปี 2552 คาดว่าจะได้เครื่องมาเริ่มใช้ในต้นปี 2557 โดยการใช้เครื่องนี้จะมีการแชร์ข้อมูลออนไลน์ในระบบเมื่อพิมพ์เลขทะเบียนรถในเครื่องจะรู้ว่ามีการกระทำผิดก่อนหน้านี้แล้วยังไม่ชำระค่าปรับหรือไม่ หรือมีคดีอื่น ๆ ติดตัวอยู่หรือเปล่า หรือใช้ทะเบียนปลอมหรือไม่ซึ่งจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น