รถไฟเล็งย้าย'โรงซ่อม'ผุดมักกะสันคอมเพล็กซ์

มติชน ฉบับวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
          'ธนารักษ์'เดินหน้าโครงการมักกะสัน คอมเพล็กซ์ 500 ไร่ คาดผลศึกษาเสร็จใน 3 เดือน
          เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้ธนารักษ์เข้ามาเป็นหน่วยงานในการพัฒนาโครงการมักกะสัน หนังสือพิมพ์มติชนรายวันคอมเพล็กซ์ เพื่อเป็นศูนย์เชื่อมต่อด้านการขนส่งและแหล่งบันเทิงครบวงจรแทนการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) โดยกระทรวงการคลังจะประเมินมูลค่าโครงการ ตีราคาทรัพย์สินดังกล่าว เพื่อชำระหนี้สินที่ ร.ฟ.ท.มีอยู่และมีสถานะทางการเงินดีขึ้น
          นายนริศกล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าล่าสุด กรมธนารักษ์ได้จัดทำแผนการรังวัดที่ดินบริเวณมักกะสัน ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 700 ไร่ คาดว่า น่าจะใช้เวลาในการรังวัดที่ดินประมาณ 1 เดือน
          "แต่ยอมรับว่าที่ดินจำนวน 700 ไร่นั้น ได้ถูกบุกรุก และมีการใช้ประโยชน์พื้นที่โดยแอร์พอร์ตลิงก์ อาจเหลือพื้นที่นำมาพัฒนาได้เพียง 498ไร่ ส่วนราคาประเมินในปัจจุบันของที่ดินบริเวณดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 600,000 บาทต่อตารางวา ทำให้ราคาที่ดินทั้งแปลงกว่า 498 ไร่ น่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 4 แสนล้านบาท" นายนริศกล่าว และว่า ส่วนรูปแบบการพัฒนาจะเปิดให้ภาคเอกชนไทยและต่างชาติเข้ามาประมูล และนำไปพัฒนาเป็นเวลาระยะยาว หรือมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ซึ่งจะเข้าข่ายการร่วมทุนตามลักษณะ พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุน ที่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขใหม่ ดังนั้น โครงการนี้จะเป็นโครงการแรกที่ดำเนินการภายใต้กฎหมายฉบับนี้ โดยมีคณะกรรมการพัฒนาโครงการ ที่ตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้ดูแล
          นายนริศกล่าวว่า โครงการดังกล่าวในอดีต ร.ฟ.ท. เคยให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศึกษาและออกแบบโครงการมาแล้ว และเห็นว่ามีโอกาสพัฒนาได้หลากหลาย ได้แก่ คอนเสิร์ตฮอลล์ ศูนย์การค้า และในปัจจุบันก็มีการพัฒนาเป็นสถานีรถไฟแอร์พอร์ตลิงก์ ดังนั้น หากพัฒนาโครงการได้ จะส่งผลให้ราคาที่ดินบริเวณดังกล่าวเพิ่มขึ้นอีกมาก และสามารถพัฒนาได้เทียบเท่าบริเวณสีลม นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยังได้มีแผนพัฒนาพื้นที่บางส่วนเป็นสวนสาธารณะด้วย โดยกระบวนการศึกษาโครงการทั้งหมดจะใช้เวลาอีก 3 เดือน
          นายนริศกล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม โครงการมักกะสัน คอมเพล็กซ์ อาจมีบางส่วนที่คล้ายคลึงหรือซ้ำซ้อนกับโครงการหมอชิต คอมเพล็กซ์ ตามแผนเดิมจะพัฒนาเป็นจุดเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้า ศูนย์การค้า และโรงแรม แต่มีปัญหาการฟ้องร้องระหว่างกรมธนารักษ์ในฐานะเจ้าของพื้นที่กับบริษัทซัน เอสเตท ผู้ชนะการประมูลและรับสัมปทานพัฒนาโครงการ ทำให้โครงการยังไม่มีความคืบหน้า ดังนั้น อาจจะต้องปรับรูปแบบการลงทุนของหมอชิต คอมเพล็กซ์ใหม่ โดยขณะนี้ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการแล้ว และคาดว่าการลงทุนจะเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมที่ประเมินไว้ 1.8 หมื่นล้านบาท เป็น 2.2 หมื่นล้านบาท และล่าสุดนายกิตติรัตน์ได้เรียกกรมธนารักษ์ที่ดูแลโครงการนี้หารือ เนื่องจากเมื่อเร็วๆ นี้ ศาลได้มีคำพิพากษาว่าสัญญาสัมปทานของบริษัทซัน เอสเตท ยังมีผลผูกพันอยู่ นายกิตติรัตน์จึงมีคำสั่งให้กรมธนารักษ์แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อพิจารณาว่า 1.กรมธนารักษ์จะดำเนินโครงการกับบริษัทซัน เอสเตท ต่อไปหรือไม่ หรือหากไม่ให้บริษัทซัน เอสเตท ดำเนินโครงการ จะมีทางออกอย่างไร ถ้าบริษัทฟ้องร้องเรียกร้องค่าเสียหาย
          รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมแจ้ง หากโครงการพัฒนามักกะสัน คอมเพล็กซ์มีความชัดเจน กระทรวงคมนาคมก็มีแผนจะย้ายโรงซ่อมรถไฟจากมักกะสันไปที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่มากเพียงพอสามารถรองรับศูนย์ซ่อมขนาดใหญ่ได้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี เพื่อมอบพื้นที่บริเวณโรงซ่อมมักกะสันให้กระทรวงการคลังเป็นผู้บริหารจัดการพัฒนาโครงการ นอกจากนี้ ร.ฟ.ท.ยังมีที่ดินบริเวณสถานีแม่น้ำ ซึ่งจะมอบให้กระทรวงคลังบริการจัดการ แลกกับการสะสางหนี้ของ ร.ฟ.ท. ที่มีอยู่กว่า 8 หมื่นล้านบาท